7 พฤษภาคม 2562

สรุปสาระสำคัญกฎหมายเกี่ยวกับการใช้กัญชาทางการแพทย์ 2562

ปัจจุบันยังคงมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการใช้กัญชาทางการแพทย์อยู่มาก บางคนเข้าใจผิดว่ามีนโยบายกัญชาเสรีทำให้เกิดความอยากรู้อยากลองและแอบหากัญชามาใช้กันอย่างผิดวิธี ที่พบบ่อยคือการใช้น้ำมันกัญชาด้อยคุณภาพทำให้ผู้ใช้มีอาการข้างเคียงรุนแรงและส่งผลเสียต่อการรักษาโรคที่เป็นอยู่ ดังนั้นจึงจำเป็นที่เราต้องศึกษาข้อมูลการใช้กัญชาทางการแพทย์อย่างถูกต้อง เนื่องจากกัญชาจัดเป็นสารเสพติดมีกฏหมายควบคุมกำกับดูแลตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งประกาศในราชกิจจาฯเมื่อวันที่ ๑๘ ก.พ. ๒๕๖๒ และมีผลใช้บังคับตั้งแต่ ๑๙ ก.พ. ๒๕๖๒ เป็นต้นมา การมีกัญชาไว้ในครองครองหรือใช้กัญชาด้วยวัตถุประสงค์อื่นถือว่ามีความผิดตามกฏหมาย สถานะของกัญชาจึงมีไว้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และการวิจัยเท่านั้น โดยกฏหมายดังกล่าวมีสาระสำคัญดังนี้
รูป marijuana-cannabis-weed-hydroponic-1114687 จาก Pixabay.com

- ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครอง ยส. ๕ เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตในกรณีประโยชน์ทางราชการ การแพทย์ ศึกษาวิจัย รวมถึงเกษตรกรรม พาณิชยกรรม วิทยาศาสตร์ หรืออุตสาหกรรมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์

- ผู้ขออนุญาต เช่น หน่วยงานรัฐ ผู้ประกอบวิชาชีพ สถาบันอุดมศึกษาเอกชน (ทางการแพทย์หรือเภสัชศาสตร์) ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม (วิสาหกิจชุมชน/วิสาหกิจเพื่อสังคม/สหกรณ์การเกษตร) ภายใต้ความร่วมมือและกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐหรือมหาวิทยาลัยเอกชน


- ผู้ประกอบวิชาชีพ ได้แก่ เวชกรรม เภสัชกรรม ทันตกรรม การสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง แพทย์แผนไทย แผนไทยประยุกต์ หรือหมอพื้นบ้านตามกฎหมาย


- ห้ามมิให้ผู้ใดเสพ ยส.๕ เว้นแต่เสพเพื่อรักษาโรค และการศึกษาวิจัย



บทเฉพาะกาล
- ภายใน ๕ ปีแรก การขอรับใบอนุญาตผลิต นำเข้า หรือส่งออก ยส.๕ เฉพาะกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือรักษาผู้ป่วย ให้อนุญาตเฉพาะผู้ขออนุญาตหน่วยงานรัฐหรือผู้ขออนุญาตอื่นซึ่งดำเนินการร่วมกับหน่วยงานรัฐ ยกเว้นกรณีปรุงยาสำหรับคนไข้เฉพาะรายของผู้ขออนุญาตที่เป็นแพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือหมอพื้นบ้านฯ
- ผู้ใดมีไว้ในครอบครอง ยส.๕ เฉพาะกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ รักษาผู้ป่วย ใช้รักษาโรคเฉพาะตัว หรือศึกษาวิจัย อยู่ก่อนวันที่ พ.ร.บ. นี้ใช้บังคับ ไม่ต้องรับโทษสำหรับการกระทำนั้นเมื่อดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนด ทั้งนี้กำหนดรับแจ้งถึงวันที่ ๑๙ พ.ค.๖๒ เท่านั้น

บทบัญญัติและสาระสำคัญในพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๒
มาตรา ๙ มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการใช้กัญชาทางการแพทย์ดังนี้
ผู้อนุญาตจะออกใบอนุญาต ยส.๕ ได้เมื่อผู้ขออนุญาตเป็น
(๑) หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ดังต่อไปนี้ หรือสภากาชาดไทย
- ศึกษาวิจัยหรือจัดการเรียนการสอนทางการแพทย์ เภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือเกษตรศาสตร์
- ให้บริการทางการแพทย์ เภสัชกรรม หรือวิทยาศาสตร์
- ให้บริการทางเกษตรกรรมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือเภสัชกรรม
- ป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด

(๒) ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม เภสัชกรรม ทันตกรรม การสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือหมอพื้นบ้านตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการแพทย์แผนไทย โดยแพทย์แผนไทย - หมอพื้นบ้าน ให้เป็นไปตามที่ รมว. กำหนด

(๓) สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัยและจัดการเรียนการสอนทางการแพทย์หรือเภสัชศาสตร์

(๔) ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคม สหกรณ์การเกษตร ซึ่งด าเนินการภายใต้ความร่วมมือและก ากับดูแลของผู้ขออนุญาตตาม (๑) หรือ (๓) ทั้งนี้ ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมสามารถร่วมผลิตและพัฒนาสูตรตำรับยาแผนโบราณหรือยาสมุนไพรได้ ภายใต้ความร่วมมือและกำกับดูแลของ (๑) หรือ (๓) ด้วย

มาตรา ๑๑ มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการใช้กัญชาทางการแพทย์ดังนี้
ผู้รับอนุญาตมีหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด เช่น มีการวิเคราะห์ยส. ๕ ที่ผลิต แยกเก็บเป็นสัดส่วน มีฉลาก เอกสารกำกับ ทำบัญชีรับ-จ่าย รายงาน ฯลฯ

มาตรา ๑๓ มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการใช้กัญชาทางการแพทย์ดังนี้
ห้ามมิให้ผู้ใดเสพ ยส.๕ เว้นแต่
- เสพเพื่อรักษาโรคตามคำสั่งของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม การแพทย์แผนไทย การแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือหมอพื้นบ้านตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการแพทย์แผนไทยที่ได้รับใบอนุญาต
- เสพเพื่อการศึกษาวิจัย ทั้งนี้ ตำรับที่เสพได้ให้เป็นไปตามที่ รมว. ประกาศกำหนด

มาตรา ๒๑ มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการใช้กัญชาทางการแพทย์ดังนี้
ภายในระยะ ๕ ปีแรก การขอรับใบอนุญาตผลิต นำเข้า หรือส่งออก ยส.๕ เฉพาะกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือการรักษา
ผู้ป่วยตาม ม. ๒๖/๒ (๑) ให้อนุญาตได้เฉพาะกรณีผู้ขออนุญาตเป็น
- หน่วยงานรัฐตาม ม. ๒๖/๕ (๑) หรือ
- ผู้ขออนุญาตตาม ม. ๒๖/๕ (๒) (๓) (๔) หรือ (๗) ซึ่งดำเนินการร่วมกับหน่วยงานของรัฐตาม ม. ๒๖/๕ (๑)
NEXT ARTICLE Next Post
PREVIOUS ARTICLE Previous Post
NEXT ARTICLE Next Post
PREVIOUS ARTICLE Previous Post
 

Delivered by FeedBurner