5 พฤษภาคม 2562

แนวทางการพิจารณาอนุญาตให้ปลูกกัญชา พ.ศ. ๒๕๖๒

เพื่อให้การปลูกกัญชาภายในประเทศ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสม รัดกุม ตามหลักวิชาการและเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงป้องกันมิให้มีการนำกัญชาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ จึงต้องมีการจัดทำแนวทางการพิจารณาอนุญาตให้ปลูกกัญชาเพื่อรองรับการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ในประเทศต่อไป โดยมีรายละเอียดดังนี้
รูป marijuana-colorado-marijuana-grow-269851 จาก Pixabay.com

(ก) กรณีผู้ขอรับอนุญาตรายใหม่ พิจารณาใน ๖ ประเด็นดังต่อไปนี้
๑. สถานที่เพาะปลูก ต้องได้รับการตรวจสอบจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นไปตาม“แนวทางการปฏิบัติด้านการจัดเตรียมสถานที่ การเก็บรักษา และการควบคุม การใช้สำหรับผู้ขอรับอนุญาตปลูกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ เฉพาะกัญชา”

๒. ปริมาณการปลูก
 ๒.๑ กรณีปลูกเพื่อประโยชน์ของทางราชการ การแพทย์ต้องสอดคล้องกับแผนการผลิต แผนการจำหน่าย และแผนการใช้ประโยชน์รวมทั้งมีเอกสารแสดงรายละเอียดการซื้อขายผลผลิตล่วงหน้าระหว่างฝ่ายเกษตรกร หรือเจ้าของฟาร์ม กับผู้ซื้อผลผลิต
 ๒.๒ กรณีปลูกเพื่อศึกษาวิจัย ต้องสอดคล้องกับแผนการผลิต และแผนการใช้ประโยชน์ทั้ง ๒ กรณีพิจารณาความเหมาะสมโดยคณะอนุกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตและการควบคุมการปลูก การผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก และมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ เฉพาะกัญชา

๓. ประวัติการถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษของผู้ขอรับอนุญาต ต้องไม่เคยมีประวัติการถูกดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งตรวจสอบโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

๔. มาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันการรั่วไหลของกัญชา ซึ่งเป็นไปตาม “แนวทางการปฏิบัติด้านการจัดเตรียมสถานที่ การเก็บรักษา และการควบคุมการใช้สำหรับผู้ขอรับอนุญาตปลูกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ เฉพาะกัญชา”

๕. รายละเอียดการดำเนินการ แบ่งเป็น ๒ กรณี
๕.๑ กรณีปลูกเพื่อประโยชน์ของทางราชการ การแพทย์อย่างน้อยต้องมีรายละเอียดหัวข้อ ดังต่อไปนี้
๑) ชื่อผู้ขอรับอนุญาต
๒) วัตถุประสงค์การดำเนินการ
๓) แผนการผลิต แผนการจำหน่าย และแผนการใช้ประโยชน์รวมทั้งมีเอกสารแสดงรายละเอียดการซื้อขายผลผลิตล่วงหน้าระหว่างฝ่ายเกษตรกร หรือเจ้าของฟาร์ม กับผู้ซื้อผลผลิต
๔) วิธีการดำเนินการ
๔.๑) รายละเอียดของเมล็ดพันธุ์ส่วนขยายพันธุ์ ชื่อของสายพันธุ์ จำนวนเมล็ดพันธุ์ และแหล่งที่มา
๔.๒) วิธีการปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว และสถานที่เก็บภายหลังการเก็บเกี่ยว (ซึ่งวิธีการปลูกต้องเป็นไปตามมาตรฐานการปลูกและการเก็บเกี่ยวที่ดีของพืชสมุนไพร Good Agricultural Practices (GAP))
๔.๓) ระยะเวลาในการดำเนินการ
๔.๔) ขั้นตอนการทำลายส่วนอื่นๆของกัญชาที่ไม่เกี่ยวข้องภายหลังการเก็บเกี่ยว
๔.๕) วิธีการเตรียมสารสกัดและอุปกรณ์ที่ใช้(ถ้ามี)
๔.๖) การควบคุมคุณภาพสารสกัด (ถ้ามี)
๔.๗) การคำนวณปริมาณสารที่ได้(ถ้ามี)
๔.๘) การทำลายของที่เหลือจากการสกัด (ถ้ามี)
๕) สถานที่ดำเนินการ พร้อมภาพถ่ายและพิกัดสถานที่ทางภูมิศาสตร์รวมทั้งหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองของสถานที่ปลูกโดยชอบด้วยกฎหมาย (หนังสือให้ความยินยอมจากผู้ให้เช่า หรือ ผู้ให้ใช้ที่ดิน ในกรณีขอเช่าหรือขอใช้ที่ดินของบุคคลอื่นในการเพาะปลูก) กรณีมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของอาคารสถานที่ ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นต้น
๖) ประวัติการกระทำความผิดของผู้ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการ (เป็นหนังสือรับรองตนเอง)

๕.๒ กรณีปลูกเพื่อศึกษาวิจัย อย่างน้อยต้องมีรายละเอียดหัวข้อ ดังต่อไปนี้
๑) ชื่อโครงการวิจัย
๒) รายชื่อหัวหน้าโครงการและผู้ร่วมโครงการวิจัย
๓) ความสำคัญและที่มาของโครงการวิจัย
๔) วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย
๕) ขอบเขตของโครงการวิจัย
๖) กรอบแนวคิดของโครงการวิจัย, ทฤษฎี, สมมุติฐาน (ถ้ามี)
๗) การทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง
๘) แผนการผลิต และแผนการใช้ประโยชน์
๙) วิธีการดำเนินการวิจัย
๙.๑) รายละเอียดของเมล็ดพันธุ์ ส่วนขยายพันธุ์ ชื่อของสายพันธุ์ จำนวนเมล็ดพันธุ์และแหล่งที่มา
๙.๒) วิธีการปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยวและสถานที่เก็บภายหลังการเก็บเกี่ยว (ซึ่งวิธีการปลูกต้องเป็นไปตามมาตรฐานการปลูกและการเก็บเกี่ยวที่ดีของ พืชสมุนไพร Good Agricultural Practices (GAP))
๙.๓) ขั้นตอนการทำลายส่วนอื่นๆของกัญชาที่ไม่เกี่ยวข้องภายหลังการเก็บเกี่ยว
๙.๔) วิธีการเตรียมสารสกัดและอุปกรณ์ที่ใช้ (ถ้ามี)
๙.๕) การควบคุมคุณภาพสารสกัด (ถ้ามี)
๙.๖) การคำนวณปริมาณสารที่ได้(ถ้ามี)
๙.๗) การทำลายของที่เหลือจากการสกัด (ถ้ามี)
๑๐) ระยะเวลาการดำเนินโครงการวิจัย
๑๑) สถานที่ดำเนินโครงการวิจัย พร้อมภาพถ่ายและพิกัดสถานที่ทางภูมิศาสตร์ รวมทั้งหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองของสถานที่ปลูกโดยชอบด้วยกฎหมาย (หนังสือให้ความยินยอมจากผู้ให้เช่า หรือผู้ให้ใช้ที่ดิน ในกรณีขอเช่าหรือขอใช้ที่ดินของบุคคลอื่นในการเพาะปลูก) กรณีมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของอาคารสถานที่ ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นต้น
๑๒) งบประมาณของโครงการวิจัย
๑๓) ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
๑๔) ลายมือชื่อหัวหน้าโครงการวิจัย พร้อม วันเดือนปี
๑๕) ลายมือชื่อผู้อนุมัติโครงการวิจัย พร้อม วันเดือนปี
๑๖) ประวัติการกระท าความผิดของผู้ที่เกี่ยวข้องในโครงการวิจัย (เป็นหนังสือรับรองตนเอง)
๑๗) เอกสารอ้างอิงของโครงการวิจัย
๑๘) หน่วยงานที่นำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์

๖. ข้อมูลทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต
 ๖.๑) หน่วยงานของรัฐ ที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัยหรือจัดการเรียนการสอนทางการแพทย์เภสัชศาสตร์วิทยาศาสตร์ หรือเกษตรศาสตร์ หรือมีหน้าที่ให้บริการทางการแพทย์ เภสัชกรรม หรือวิทยาศาสตร์หรือมีหน้าที่ให้บริการทางเกษตรกรรมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือเภสัชกรรม หรือหน่วยงานของรัฐที่มี
หน้าที่ในการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด หรือสภากาชาดไทย
 ๖.๒) สถาบันอุดมศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัยและจัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับทางการแพทย์หรือเภสัชศาสตร์ซึ่งดำเนินการร่วมกับหน่วยงานรัฐตามข้อ ๖.๑
 ๖.๓) ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น หรือสหกรณ์การเกษตรซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ซึ่งดำเนินการภายใต้ความร่วมมือและกำกับดูแลของผู้ขออนุญาตตาม ๖.๑ หรือ ๖.๒ และต้องดำเนินการร่วมกับหน่วยงานรัฐตามข้อ ๖.๑
 ๖.๔) ผู้ขออนุญาตอื่นตามที่รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งดำเนินการร่วมกับหน่วยงานรัฐตามข้อ ๖.๑

 ผู้ขอรับอนุญาตทั้ง ๔ ประเภทข้างต้น ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีสัญชาติไทย และมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทย และกรรมการของนิติบุคคล หุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นอย่างน้อยสองในสามต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย และมีสำนักงานในประเทศไทย

(ข) กรณีผู้รับอนุญาตประสงค์ต่ออายุ พิจารณาใน ๓ ประเด็นดังต่อไปนี้
๑. ประวัติการถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษของผู้ขอรับอนุญาต ต้องไม่เคยมีประวัติการถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ซึ่งตรวจสอบโดยกองควบคุมวัตถุเสพติด
๒. ผลการดำเนินงานในครั้งที่ผ่านมา โดยสรุปผลการดำเนินงานให้ชัดเจน ตรงตามวัตถุประสงค์ของการดำเนินการ และข้อมูลบัญชีรับจ่ายยาเสพติดให้โทษรายเดือน และรายปี
๓. ข้อมูลการกระทำผิดเงื่อนไขการอนุญาต

(ค) กรณีผู้รับอนุญาตขอเพิ่มปริมาณ พิจารณาใน ๒ ประเด็นดังต่อไปนี้
๑. ปริมาณการปลูก
 ๑.๑ กรณีปลูกเพื่อประโยชน์ของทางราชการ การแพทย์ ต้องสอดคล้องกับแผนการผลิต แผนการจำหน่าย และแผนการใช้ประโยชน์รวมทั้งมีเอกสารแสดงรายละเอียดการซื้อขายผลผลิตล่วงหน้า ระหว่างฝ่ายเกษตรกร หรือเจ้าของฟาร์ม กับ ผู้ซื้อผลผลิต
 ๑.๒ กรณีปลูกเพื่อศึกษาวิจัย ต้องสอดคล้องกับแผนการผลิต และแผนการใช้ประโยชน์ทั้ง ๒ กรณี พิจารณาความเหมาะสมโดยคณะอนุกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตและการควบคุมการปลูก การผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก และมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ เฉพาะกัญชา
๒. รายละเอียดการดำเนินการ อย่างน้อยต้องมีรายละเอียดหัวข้อ ตามข้อ ๕.๑ หรือ ๕.๒ แล้วแต่กรณี
หมายเหตุ สำหรับการเพิ่มพื้นที่ปลูก ให้พิจารณารายละเอียดตามข้อ (ก) กรณีผู้ขอรับอนุญาตรายใหม่ในประเด็นข้อ ๑, ๒, ๔, ๕ และ ๖
หมายเหตุ กรณีพื้นที่เพาะปลูกอยู่ในต่างจังหวัด ต้องผ่านการพิจารณาจากผู้ว่าราชการจังหวัดโดยความเห็นจากคณะกรรมการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งหรือมอบหมายให้พิจารณา หรือคณะทำงานจากศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระดับจังหวัด : ศอ.ปส.(จ)

แนวทางการพิจารณาอนุญาตให้ปลูกกัญชา พ.ศ. ๒๕๖๒ นี้ ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ ในการประชุมครั้งที่ ๓๙๙-๓/๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ (แหล่งที่มา http://www.fda.moph.go.th/sites/Narcotics/Shared%20Documents/marDA/A62PMAR_220262.pdf)
NEXT ARTICLE Next Post
PREVIOUS ARTICLE Previous Post
NEXT ARTICLE Next Post
PREVIOUS ARTICLE Previous Post
 

Delivered by FeedBurner