3 พฤษภาคม 2562

ความรู้เพื่อการใช้กัญชาทางการแพทย์ด้วยวิธีการสูบอย่างถูกวิธี

การนำใบกัญชามาใช้ในทางการแพทย์ วิธีที่นิยมกันมากคือการสูบกัญชาโดยตรงทั้งใบกัญชาสดและใบกัญชาแห้งเนื่องจากทำได้ง่าย ไม่ต้องผ่านกระบวนการสกัด การสูบจะทำให้กัญชาถูกซึมซับเข้าไปในกระแสเลือดได้ถึง 10-60%  ใช้เวลา 5-10 นาทีในการออกฤทธิ์ และคงฤทธิ์อยู่ได้ 2-4 ชั่วโมง การสูบกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์เมื่อสูบครั้งแรกควรรออย่างน้อย 15 นาทีให้กัญชาออกฤทธิ์ก่อน ถ้าฤทธิ์ยังไม่ถึงที่ต้องการจึงให้ใช้ซ้ำได้ แต่หลังจากการสูบเพิ่มครั้งที่สองต้องรอทีละ 30 นาทีก่อนใช้อีก ไม่ควรใช้มากเกินความจำเป็นเนื่องจากอาจทำให้เสพติดมากกว่าประโยชน์เพื่อการรักษา
รูป marijuana-cannabis-bud-grinder-2690984 จาก Pixabay.com

ข้อดีของการใชกัญชาทางการแพทย์ด้วยวิธีการสูบคือให้ผลเร็ว และใช้ได้ดีสําหรับบางโรค เช่น ลมชัก คลื่นไส้อาเจียน เพราะโรคพวกนี้จะมีอาการเตือนก่อน แต่การสูบกัญชาก็มีข้อเสียคือทำให้ผู้สูบได้รับผลเสียจากการเผาไหม้ เช่นสาร tar, PAH (polycyclic aromatic hydrocarbons), carbon monoxide (CO), ammonia (NH3) เป็นต้น

ข้อห้ามในการใช้กัญชาทางการแพทย์
- ห้ามใช้กัญชา โดยเฉพาะ THC ในคนไข้ที่มีอาการประสาทหลอน หรือมีแนวโน้มว่ามีอาการป่วยทางจิต
- ห้ามใช้กัญชาในผู้ป่วยโรคหัวใจขั้นรุนแรงที่มีอาการความดันตก หรือ หัวใจเต้นเร็วเพราะเสี่ยงต่อภาวะหัวใจขาดเลือดเพิ่มขึ้น
- หญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างการให้นมบุตร ไม่ควรใช้กัญชาเด็ดขาด เพราะจะทําให้ทารกในครรภ์มีน้ำหนักตัวน้อยและพัฒนาการช้า
- ในเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด เพราะอาจจะเพิ่มความเสี่ยงจิตเพศ และลดความเฉลียวฉลาดได้
- ผู้ป่วยโรคตับจําเป็นจะต้องลดปริมาณยาลงเพราะกัญชาใช้ตับในการขจัด และถ้ามีตับแข็งร่วมด้วย ค่าครึ่งชีวิตของยานั้นจะเพิ่มไปประมาณ 2.5 เท่าในตับแข็งระยะกลาง (child-pugh B) และ 5 เท่าเมื่อเป็นขั้นรุนแรง (child-pugh C) 
- THC และ CBD ไปเพิ่มระดับ Warfarin ได้ ฉะนั้นถ้าจะเริ่มใช้กัญชาต้องตรวจ INR สม่ำเสมอ
- ห้ามซื้อกัญชาหรือน้ำมันกัญชามาใช้เองโดยขาดข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

ตัวอย่างยาที่มีโอกาสเกิด interaction กับกัญชา
Increase cannabinoid effect
- Clarithromycin, ketoconazole, ritonavir และยาฆ่าเชื้อรากับยาต้าน HIV อีกหลายตัว สามารถยับยั้ง เอนไซม์ CYP3A4 เพิ่มระดับกัญชา
- Amiodarone, diltiazem, verapamil สามารถยับยั้ง เอนไซม์ CYP2C9 เพิ่มระดับกัญชา
- PPI หรือ SSRIs ยับยั้งการทํางานของ CYP2C19 เพิ่มระดับ CBD

Decrease cannabinoid effect
- Rifampin ไปเพิ่มความสามารถของ CYP3A4 จะทําให้ระดับกัญชาในเลือดลดลงเร็ว

Increase effect of other drugs
- CBD สามารถไปยับยั้ง CYP3A4, CYP2C8 และ CYP2C9 ซึ่งทําให้เพิ่มระดับยาในเลือดกลุ่ม Macrolide, calcium channel blocker, benzodiazepine, statin และยากันชัก เช่น phenytoin, topiramate กับ rufinamide
- CBD เองยังไปยับยั้ง CYP2C19 และ CYP2D6 ได้ด้วยซึ่งจะเพิ่มระดับยา เช่น SSRIs,TCAs, PPI,Beta blocker, antipsychotics,opioid และ clobazam โดยสามารถทําให้ระดับ clobazam ในเลือดสูงขึ้นได้สามเท่า ฉะนั้นเวลาใช้ต้องลด clobazam
- CBD ยับยั้งเอนไซม์ UGT1A9 ทําให้ระดับ diflunisal, fenofibrate และ propofol ในเลือดเพิ่ม
- CBD มีฤทธิ์ยับยั้ง UGT2B7 ซี่งจะกระทบกับ gemfibrozil, lamotrigine, lorazepam และ morphine และทําให้ระดับในเลือดเพิ่ม
NEXT ARTICLE Next Post
PREVIOUS ARTICLE Previous Post
NEXT ARTICLE Next Post
PREVIOUS ARTICLE Previous Post
 

Delivered by FeedBurner