1 พฤษภาคม 2562

ระบบกัญชาในร่างกาย (Endocannabinoid system)

ปัจจุบันทั่วโลกหันมาให้ความสนใจการนำกัญชามาใช้ในทางการแพทย์เพิ่มขึ้น องค์การอนามัยโลกเองได้ให้คำแนะนําว่ากัญชามีประโยชน์ทางการแพทย์และมีโทษน้อยกว่าที่เคยคิดกันมาในอดีต สารสกัดจากกัญชาไม่ว่าจะเป็น Tetrahydrocannabinol (THC) หรือ Cannabidiol (CBD) ควรจะได้รับการยกเว้นและส่งเสริมให้ใช้ในทางการแพทย์มากขึ้น โดยเฉพาะ CBD หรือ CBD ที่มีส่วนผสมของ THC น้อยกว่า 0.2% ควรใช้ทางการแพทย์ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีใบสั่งยาเพราะไม่มีฤทธิ์ทำให้มึนเมาและไม่ได้มีฤทธิ์ให้เสพติด 
รูป seedling-cannabis-marijuana-1062908 จาก Pixabay.com

กัญชาทางการแพทย์นั้นสามารถนํามาใช้ช่วยในการรักษาขั้นแรกได้ในหลายภาวะ อาทิเช่นอาการปวด หรืออาจใช้ได้ในโรคทางระบบประสาทและสมองซึ่งยาปัจจุบันไม่มีฤทธิ์ในการชะลอหรือรักษา และใช้กัญชาเป็นยาเสริมเมื่อยาในขั้นแรกใช้ไม่ได้ผลหรือยังไม่เกิดผลที่น่าพอใจ ข้อมูลการใช้กัญชาทางการแพทย์ทั่วไปเป็นเพียงคําแนะนําโดยรวมที่ไม่ได้เจาะจงในคนไข้รายใดรายหนึ่ง เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้กัญชาทางการแพทย์ควรปรึกษาแพทย์ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ดูความเหมาะสมเป็นรายๆไป นอกจากนั้นควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องเนื่องจากการวิจัยการนำกัญชาและสารสกัดกัญชามาใช้ในทางการแพทย์เพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นยังมีข้อมูลอีกมากที่ต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมและยังมีข้อมูลทางวิชาการที่รอการเผยแพร่อีกเป็นจำนวนมาก

ระบบกัญชาในร่างกาย (Endocannabinoid system)
Canabinoid recepter หรือตัวรับสัญญาณกัญชาในร่างกาย (Cannabinoid, CB) มีด้วยกัน 2 ประเภท คือ CB1 และ CB2 ตัวรับสัญญาณนี้ไม่ได้พบเพียงแค่ในสมอง แต่ยังพบในส่วนอื่นของร่างกายด้วย ซึ่งอธิบายฤทธิ์อื่นๆ เช่น การต้านการอักเสบในร่างกาย 

โดย CB1 นั้นจะพบอยู่ในสมองและไขสันหลังส่วน Cortex, nucleus accumbens, basal ganglia, hypothalamus, cerebellum, hippocampus, amygdala and spinal cord ปอด เส้นเลือด กล้ามเนื้อ ทางเดินอาหาร ไขมัน และอวัยวะเพศ 

CB2 พบในอยู่ในเซลล์เกลีย (Glial cell) ของสมองซึ่งทํางานร่วมกับเซลล์ประสาท ส่วนอวัยวะที่มีทั้ง CB1 และ CB2 ประกอบด้วย ก้านสมอง ระบบภูมิคุ้มกัน ตับ ไขกระดูก และตับอ่อน 

กลไกในการออกฤทธิ์ของสารประกอบในกัญชาในร่างกายมีความแตกต่างกัน โดย CBD มีสัมพรรคภาพ (affinity) กับ CB1 และ CB2 ต่ำมาก แต่ตัวจับสัญญาณกัญชาสองตัวนี้จะจับกับ THC ได้เป็นอย่างดี และเมื่อออกฤทธิ์ในสมองส่วน rewarding pathway ทําให้เกิดการมึนเมาและเสพติด ส่วน CBD จะไม่จับตัวจับสัญญาณ นอกจากนั้นมันยังไปลดการส่งสัญญาณของ CB1 อีกด้วย ผลลัพธ์ก็คือสมองจะสั่งการให้เพิ่มการปล่อย GABA ซึ่งเป็นสารกดระบบไฟฟ้าของสมองและน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของกลไลการช่วยลดปวด ควบคุมลมชัก และลดการกระวนกระวาย ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของ CBD ก็คือ ไม่มีผลต่อความคิด ความเฉียบแหลมของสมองและความผิดปกติของการเคลื่อนไหวควบคุมร่างกาย
NEXT ARTICLE Next Post
PREVIOUS ARTICLE Previous Post
NEXT ARTICLE Next Post
PREVIOUS ARTICLE Previous Post
 

Delivered by FeedBurner