2 พฤษภาคม 2562

ความรู้เพื่อการใช้น้ำมันกัญชาทางการแพทย์อย่างถูกวิธี

การใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์นั้นมีมานานแล้ว น้ำมันกัญชาที่ใช้ในต่างประเทศมีทั้งแบบสังเคราะห์สารประกอบในกัญชาขึ้นมาและแบบสกัดสารประกอบจากกัญชาโดยตรงในปริมาณและสัดส่วนที่ชัดเจนจึงทําให้ยากัญชาในต่างประเทศมีราคาแพงมาก ส่วนน้ำมันกัญชาที่มีการลักลอบขายในประเทศไทยส่วนใหญ่มีราคาถูกแต่มีคุณภาพต่ำ เนื่องจากไม่ทราบแหล่งที่มาของกัญชาและปริมาณอัตราส่วนที่แน่นอนของสารประกอบ THC และ CBD ทำให้คาดเดาผลที่เกิดจากการใช้น้ำมันกัญชาไม่ได้ น้ำมันกัญชาที่ได้รับการรับรองให้มีการใช้อย่างถูกต้องมีวิธีใช้หลายรูปแบบขึ้นอยู่กับการออกแบบผลิตภัณฑ์และวัตถุประสงค์ของการใช้งาน โดยทั่วไปผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นกับคนไข้ที่ใช้น้ำมันกัญชาจะค่อยๆลดลงใน 2-3 วันหลังจากเริ่มใช้จึงเป็นเหตุผลหนึ่งของคําแนะนําที่ว่าให้เพิ่มหรือลดยาได้ในทุกๆ 2 วัน
รูป marijuana-cannabis-hash-leaf-flora-3065612 จาก Pixabay.com

น้ำมันกัญชาสําหรับรับประทานทางปาก (PO) จะถูกซึมซับเข้าไปในกระแสเลือดเพียง 20-30% ใช้เวลา 1-3 ชั่วโมงในการออกฤทธิ์ และฤทธิ์อยู่ได้ 6-8 ชั่วโมง จึงแนะนําให้วันละ 2-3 ครั้ง (BID/TID) โดยยาที่มี THC เป็นหลัก เริ่มใช้ครั้งแรกควรใช้ก่อนนอนเพื่อให้ร่างกายปรับตัวให้ชินกับผลข้างเคียง 

การรับประทานน้ำมันกัญชาควรเริ่มจากปริมาณน้อยๆแล้วค่อยปรับเพิ่มทุก 2 วัน ตัวอย่างเช่น days 1–2 : 2.5 mg THC-equivalent OD , days 3–4 : 2.5 mg THC BID จากนั้นเพิ่มได้ทุก 2-3 วันจนเต็มที่ 15 mg THC-equivalent BID-TID ไม่ควรเกินกว่านี้เพราะทั้งนี้พบว่าหากใช้เกิน 20–30 mg/day ก็ไม่มีประโยชน์และกลับไปเพิ่มผลข้างเคียงจากการใช้น้ำมันกัญชาอีกด้วย

ส่วนการทานน้ำมันกัญชาที่มี CBD เป็นหลัก สามารถเริ่มทานช่วงไหนของวันก็ได้ และสามารถใช้เริ่มจาก 5-20mg BID-TID  ในส่วนโรค psychosis (800 mg) and seizure disorders (2500 mg หรือ 25–50 mg/kg) ให้ใช้จํานวนมากกว่าทั่วไปแต่มีโอกาสไปรบกวนการทํางานของตับได้

การใช้น้ำมันกัญชาอีกวิธีหนึ่งคือการป้ายน้ำมันกัญชาบนเหงือก วิธีนี้จะออกฤทธิ์ในช่วงแรกเร็วกว่าการกินและจะออกฤทธิ์เต็มที่ตั้งแต่ 15-45 นาทีแรก

การทาน้ำมันกัญชาทางผิวหนังเหมาะสําหรับโรคผิวหนังเฉพาะส่วน ส่วนกรณีที่ทาข้อเพื่อบรรเทาอาการเจ็บข้อนั้นยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าใช้ได้จริงไหม สําหรับการใช้น้ำมันกัญชาทางทวารเหมาะสําหรับกลุ่มผู้ป่วยเฉพาะโรค (cancer, GI symptoms, young/ elderly, etc.) เนื่องจากมีข้อเสียคือ การดูดซึมไม่สม่ำเสมอ
NEXT ARTICLE Next Post
PREVIOUS ARTICLE Previous Post
NEXT ARTICLE Next Post
PREVIOUS ARTICLE Previous Post
 

Delivered by FeedBurner