14 พฤษภาคม 2562

สรุปสาระสำคัญการใช้ประโยชน์ของกัญชาเพื่อการแพทย์

กัญชาจัดเป็นสมุนไพรที่มีใช้กันอย่างแพร่หลายทางการแพทย์แผนไทยมานานกว่า 300 ปี แต่เนื่องจากกัญชามีฤทธิ์ทำให้เสพติดจึงถูกจัดอยู่ในสารเสพติดประเภทที่ 5 ตามพรบ.ยาเสพติดให้โทษ แต่ก็ยังมีการลักลอบใช้สารสกัดจากกัญชาเพื่อรักษาอาการของโรคพาร์กินสัน มะเร็ง ลมชัก บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนและอาการปวด เป็นต้น ซึ่งเรียกว่าเป็นการใช้กัญชาแบบใต้ดิน
cannabis-hemp-marijuana-1382955
ภาพ cannabis-hemp-marijuana-1382955 จาก Pixabay.com

ปัจจุบันมีความก้าวหน้าด้านการศึกษาวิจัยและข้อมูลทางวิชาการในต่างประเทศ สนับสนุนว่ากัญชาสามารถนํามาใช้รักษาโรคบางโรคได้จริง ทำให้การใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ถูกกฎหมายในหลายๆประเทศ รวมถึงมีการคาดการณ์ว่า กัญชาจะเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคตได้ ทำให้มีการ “คลายล็อกกัญชา” ตาม พรบ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่๗) พ.ศ.๒๕๖๒ แต่ยังไม่ใช่การเปิดเสรีกัญชาอย่างที่คนส่วนหนึ่งเข้าใจผิดกัน

สาระสําคัญของการคลายล็อคกัญชา
กัญชายังเป็นยาเสพติดประเภทที่ ๕ ห้ามผลิต นําเข้า ส่งออก จําหน่าย หรือมีไว้ในครอบครอง เว้นแต่ได้รับอนุญาตในกรณีประโยชน์ของทางราชการ การแพทย์ การศึกษาวิจัย รวมถึงเกษตรกรรม พาณิชยกรรม วิทยาศาสตร์หรืออุตสาหกรรมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์  ผู้ขออนุญาตใช้ประโยชน์จากกัญชาเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ได้แก่ เวชกรรม ทันตกรรม เภสัชกรรมการสัตวแพทย์ชั้น 1 แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์หรือหมอพื้นบ้านตามกฎหมาย

ประเด็นสําคัญของการใช้กัญชาทางการแพทย์
1. ต้องมีปลอดภัย (safety)  สารสกัดจากกัญชาปลอดภัยจากสารพิษเจือปน มีความเสี่ยงเกิดอันตรายต่ำเมื่อใช้รักษาผู้ป่วย
2. มีประสิทธิผลในการรักษา (effectiveness) Benefit > risk
3. มีความเป็นธรรมในการเข้าถึงการรักษา (equity) ผู้ป่วยเข้าถึงสารสกัดจากกัญชาอย่างเท่าเทียม ไม่เอื้อประโยชน์ให้ผู้ใด หรือกลุ่มใดเป็นพิเศษ

การนําสารสกัดกัญชามาใช้ทางการแพทย์ต้องดําเนินการบนพื้นฐานหลักจริยธรรมทางการแพทย์ ดังนี้
1. การคํานึงสิทธิของผู้ป่วย (Autonomy)
2. การกระทําเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ป่วย (Beneficence)
3. การละเว้นไม่กระทําให้เกิดอันตรายแก่ผู้ป่วย (Do no harm)
4. การรักษาความลับของผู้ป่วย (Confidentiality)
5. การพูดความจริง (Truth telling)
6. ความยุติธรรมไม่เลือกปฏิบัติ (Justice)

ประโยชน์ของสารสกัดจากกัญชาทางการแพทย์
กลุ่มโรค/ภาวะอาการที่มีหลักฐานทางวิชาการสนับสนุนชัดเจนว่าสามารถใช้กัญชาเพื่อการรักษาแล้วได้ผลจริง
1. โรคลมชักที่รักษายาก และโรคลมชักดื้อต่อยารักษา
2. ภาวะคลื่นไส้และอาเจียนจากยาเคมีบําบัดที่รักษาด้วยวิธีมาตรฐานไม่ได้ผล
3. ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง (spasticity) ในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (multiple sclerosis)
4. ภาวะปวดประสาทที่รักษาด้วยวิธีอื่นๆ ไม่ได้ผล (intractable neuropathic pain)

กลุ่มโรค/ ภาวะที่สารสกัดจากกัญชาน่าจะมีประโยชน์ในการควบคุมอาการของโรค
1. โรคพาร์กินสัน
2. โรคอัลไซเมอร์
3. โรคปลอกประสาทอักเสบ (demyelinating disease)
4. โรควิตกกังวล (generalized anxiety disorder)
5. ผู้ป่วยที่ต้องดูแลแบบประคับประคอง
6. ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย
This Is The Newest Post
PREVIOUS ARTICLE Previous Post
This Is The Newest Post
PREVIOUS ARTICLE Previous Post
 

Delivered by FeedBurner