22 เมษายน 2562

กัญชา Cannabinoids และตัวอย่างผลการศึกษาการใช้ประโยชน์จากกัญชา

กัญชาเป็นพืชสมุนไพรที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปเอเชียซึ่งต่อมาพบว่ามีการกระจายพันธุ์ไปปลูกได้ทั่วโลกทั้งในทวีปยุโรป อเมริกาและแอฟริกา สำหรับในประเทศไทยพบการลักลอบปลูกกัญชาตามพื้นที่ป่าเขาทั่วประเทศเพราะเชื่อว่ากัญชามีสรรพคุณทางยาใช้เป็นสมุนไพรในการรักษาโรคได้มาแต่โบราณ แต่เนื่องจากกฏหมายกำหนดให้กัญชาจัดเป็นสารเสพติดให้โทษทำให้กัญชากลายเป็นพืชต้องห้าม การลักลอบปลูกหรือมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อใช้เองหรือเพื่อการจำหน่ายถือว่ามีความผิดตามกฏหมาย แต่จากงานวิจัยในต่างประเทศพบว่ากัญชาบริสุทธิ์มีสารประกอบกลุ่ม cannabinoids ซึ่งมีผลต่อจิตประสาทที่สำคัญ 2 ชนิด คือ delta-9-tetrahydrocannabinol (THC) และ cannabidiol (CBD) ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์เพื่อช่วยในการบำบัด รักษาผู้ป่วยได้หลายกลุ่มอาการทำให้มีการตื่นตัวในการใช้ประโยชน์จากพืชกัญชามากขึ้น


รูป marijuana-flower-green-plant-101796 จาก Pixabay.com

การเสพกัญชาจะให้สาร cannabinoids ทั้ง THCและ CBD ในสัดส่วนและปริมาณที่ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับชนิดของสารสกัดกัญชาและสายพันธุ์กัญชา  สาร cannabinoids เมื่อเข้าสู่ร่างกายคนเราแล้วจะจับกับ Cannabinoid receptors หรือตัวรับการทำงานของสารในกลุ่ม cannabinoids  ซึ่งมีอยู่ 2 ชนิดได้แก่ CB1 และ CB2 โดย CB1 มักพบอยู่ในระบบประสาทส่วนกลางและมักชอบจับกับ THC ทำให้ THC ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางเป็นส่วนใหญ่ ส่วน CB2 พบในร่างกายส่วนอื่นๆและพบมากที่เซลล์เม็ดเลือดขาวซึ่งทำงานสัมพันธ์กับระบบภูมิคุ้มกัน 

ผลการศึกษาพบว่าเมื่อเสพกัญชา THC จะเข้าไปจับกับ CB1 ส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลางอย่างเฉียบพลัน ทำให้ผู้เสพรู้สึกผ่อนคลาย สนุกสนาน อารมณ์ดีมีความสุข แต่ก็มีอาการข้างเคียงที่เป็นผลของ THC ต่อระบบจิตประสาททำให้รู้สึกกระวนกระวาย ซึมเศร้า มีความพร่องในความจำและการเรียนรู้รวมถึงการทำงานของระบบเคลื่อนไหว การพูดและการใช้ศัพท์ THC ยังมีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตทำให้รู้สึกใจสั่น ความดันตก 

สำหรับ CBD แม้จะจับกับ CB1 ได้แต่มีสัมพันธภาพต่ำ งานวิจัยพบว่า CBD มีฤทธิ์ต้านการชัก ทำให้รู้สึกง่วง ลดความกระวนกระวาย เมื่อให้ CBD ร่วมกับ THC จะช่วยลดอาการไม่พึงประสงค์ของ THC ได้ ดังนั้น CBD จึงเป็นสารที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในกัญชาที่กำลังได้รับความสนใจในการนำมาใช้ในทางการแพทย์เนื่องจากมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่เป็นประโยชน์อยู่หลายด้าน ส่วน THC มักใช้เพื่อการผ่อนคลายหรือสันทนาการมากกว่า 

ปัจจุบันอุรุกวัย แคนาดา และอีกหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงบางรัฐในสหรัฐอเมริกาได้อนุญาตให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ได้อย่างถูกกฎหมาย และมีการส่งเสริมให้มีการวิจัยการนำกัญชามาผลิตเป็นยาที่มี CBD เป็นส่วนประกอบจำหน่ายให้กับผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์อีกด้วย

ผลการศึกษาในระดับพรีคลินิก พบว่าสารกลุ่ม cannabinoids มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาหลายด้านจึงมีการผลักดันให้นำกัญชามาใช้ในทางการแพทย์เพิ่มมากขึ้น ฤทธิ์ที่สำคัญได้แก่การต้านมะเร็ง ต้านการอาเจียน กระตุ้นความอยากอาหาร แก้ปวด ลดความกระวนกระวายและช่วยทำให้นอนหลับ 

ส่วนงานวิจัยทางคลินิกที่เกี่ยวกับกัญชาและสารกลุ่ม cannabinoids ยังมีจำนวนน้อยเนื่องจากที่ผ่านมาการวิจัยเป็นไปได้ด้วยความยากลำบากเพราะข้อจำกัดทางกฏหมาย ตัวอย่างงานวิจัยเคยมีรายงานว่า THC มีฤทธิ์ต้านมะเร็งสมอง Glioblastoma และการให้ CBD ร่วมด้วยสามารถลดการกลับมาเป็นมะเร็งชนิดนี้ได้ ปัจจุบันกำลังมีงานวิจัยที่เกี่ยวกับการใช้กัญชาและสารประกอบกลุ่ม cannabinoids เพื่อใช้ประโยชน์กับผู้ป่วยมะเร็งรอเผยแพร่อยู่อีกเป็นจำนวนมากแต่ยังติดขัดในข้อกฎหมายถึงที่มาของกัญชาที่ใช้ในการวิจัยทางการแพทย์ หลายประเทศจึงได้ยกเลิกกฏหมายห้ามนำกัญชามาใช้ในการวิจัยและการใช้กัญชาเพื่อเหตุผลทางการแพทย์และได้มีการยืดหยุ่นการบังคับใช้กฎหมายเพื่อเร่งส่งเสริมผลักดันให้เกิดการนำกัญชามาใช้เป็นประโยชน์ในการรักษามะเร็ง 

ตัวอย่างผลของการวิจัยที่สนับสนุนว่ากัญชาเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วย ได้แก่ 
- กัญชามีฤทธิ์ต้านการอาเจียน โดยพบว่าสารสังเคราะห์ THC ช่วยต้านอาการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัดได้ดีกว่ายาหลอกหรือยาแก้คลื่นไส้อาเจียนหลายชนิด 
- การสูบกัญชาและการใช้กัญชาในรูปแบบสเปรย์เข้าช่องปากที่มีส่วนผสมของ THC และ CBD 1:1 ช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียนและความเจ็บปวดในผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัดได้เช่นกัน
- มีรายงานว่า THC ช่วยเพิ่มความอยากอาหารในผู้ป่วยเอชไอวีและผู้ป่วยมะเร็งในระยะที่มีการแพร่กระจาย 
- การให้สารสกัดกัญชาที่มี THC 2.5 มก. และ CBD 1 มก.แก่ผู้ป่วยมะเร็งมีผลไม่แตกต่างจากผลของ THC 2.5 มก.เพียงอย่างเดียว 
- THC ขนาด 10 มก. มีฤทธิ์ลดความเจ็บปวดในผู้ป่วยมะเร็งให้ผลเทียบได้กับผลของ codeine 
- การสูบกัญชาลด neuropathic pain ในผู้ป่วยมะเร็งและผู้ป่วยเอชไอวีได้ด้วย 
- การสูบกัญชาลดอาการกระวนกระวายและช่วยในการนอนหลับ
NEXT ARTICLE Next Post
PREVIOUS ARTICLE Previous Post
NEXT ARTICLE Next Post
PREVIOUS ARTICLE Previous Post
 

Delivered by FeedBurner