26 เมษายน 2562

งานวิจัยการนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ในประเทศไทย

กัญชา (Cannabis sativa L) เป็นพืชสมุนไพรที่ถูกนำมาใช้เพื่อการรักษาและเพื่อการผ่อนคลายมาเป็นเวลานานหลายศตวรรษ ปัจจุบันหลายประเทศได้อนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อการรักษาทางการแพทย์ได้อย่างถูกกฏหมายแล้วเช่น แคนาดา อุรุกวัย เบลเยียม ออสเตรเลีย เนเธอร์แลนด์ เยอรมัน บางรัฐของสหรัฐอเมริกา และอีกหลายๆประเทศทั่วโลก ประโยชน์ของกัญชาสามารถใช้บรรเทาอาการปวดในผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ป่วยที่มีอาการปวดประสาทแบบ neuropathic pain ผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บที่ไขสันหลัง (spinal cord injury) ผู้ป่วย Multiple sclerosis เป็นต้น
รูป marijuana-cannabis-medical-marijuana-1114713 จาก Pixabay.com

กัญชามีสารออกฤทธิ์หลัก 2 ชนิด คือ tetrahydrocannabinol (THC) ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท Psycoactive และ cannabidiol (CBD) ซึ่งเป็น Non-psycoactive สารทั้ง 2 ชนิดนี้มีค่า Pharmacokinetics ที่ใกล้เคียงกัน เมื่อให้ทางปากมีค่า Bioavailability ประมาณ 4-20% เมื่อให้โดยการสูดเข้าทางเดินหายใจหรือโดยการสูบมีค่า Bioavailability ประมาณ 10-69% ดังนั้นค่า Bioavailability ของกัญชาจึงขึ้นกับรูปแบบผลิตภัณฑ์ยา

ในต่างประเทศมีตำรับยากัญชาหรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารประกอบกัญชาจำหน่ายอย่างถูกต้องตามกฏหมายหลายรูปแบบ เช่น
- Sativex® เป็นรูปแบบยาพ่นในช่องปาก มี THC:CBD ในอัตราส่วนประมาณ 1:1 ใช้ลดอาการปวด neuropathic pain ในผู้ป่วย multiple sclerosis และผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับคีโม
- Marinol® เป็นรูปแบบแคปซูล ประกอบด้วยยา Dronabinol 2.5, 5 และ 10 mg ซึ่งเป็น synthetic delta-9 THC ใช้ลดอาการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยมะเร็ง กระตุ้นความอยากอาหารในผู้ป่วยเอดส์ และลดอาการปวด neuropathic pain ในผู้ป่วย multiple sclerosis
- Cesamet® เป็นรูปแบบยาแคปซูล ประกอบด้วย Nabilone 1 mg เป็นสารสังเคราะห์ที่มีความใกล้เคียงกับ THC ใช้ลดอาการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยมะเร็ง

งานวิจัยด้านกัญชาที่กำลังดำเนินการในประเทศไทย ได้แก่
1. Systematic review และ Meta-analysis ของปัจจัยที่มีผลต่อการลดความปวดของกัญชา (ใช้ทุนมหาวิทยาลัยนเรศวร 2561) ได้ทบทวนวรรณกรรมงานวิจัยทั้งหมด 37 งานวิจัย พบว่า
• ใช้ cannabinoid เพื่อลดอการปวดในโรคต่าง ๆ 3 อันดับแรก ได้แก่ neuropathic pain (46%) โรค multiple sclerosis (19%) และโรคมะเร็ง (13%)
• ใช้ dose range ของ THC เพื่อลดอาการปวด ดังนี้ ความแรง 1-25 mg (86%) ความแรง 26-50 mg (11%) และ ความแรง 51-100 mg (3%)
• ใช้ dose range ของ CBD ในผู้ป่วยที่มีอาการปวด ความแรง 1-25 mg ซีงไม่มีการใช้ที่ความแรงอื่นๆนอกจากนี้ส่วนใหญ่ใช้ CBD ร่วมกับ THC
•  รูปแบบการนำส่งยามีรุปแบบต่างๆ ดังนี้ Spray (46%), Smoking (16%), Vaporization (11%), Capsules (19%), Tablets (8%)

2. การพัฒนาแผ่นแปะผิวหนังที่มีส่วนผสมจากสารสกัดกัญชา (ใช้ทุนงบประมาณแผ่นดินปี 2561) โดยมีกรอบงานวิจัยเริ่มจากการศึกษากระบวนการเตรียมสารสกัดมาตรฐานกัญชาจากวัตถุดิบกัญชา การควบคุมคุณภาพของ cannabinoids ในสารสกัดกัญชา และการพัฒนาแผ่นแปะผิวหนังที่ตอบสนองต่ออุณหภูมิที่มีส่วนผสมของสารสกัดมาตรฐานจากกัญชาสำหรับใช้บรรเทาอาการปวดในผู้ป่วยมะเร็ง

3. งานวิจัยของมหาวิทยาลัยรังสิตซึ่งได้รับกัญชาแห้งจำนวน 40 กิโลกรัม จากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) 
•  โครงการที่ 1 การศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการสกัดสารสำคัญปริมาณสูงในพืชกัญชา 
•  โครงการที่ 2 ผลของ ∆9-tetrahydrocannabinol จากต้นกัญชาต่อการยับยั้งมะเร็งทางเดินน้ำดีในสัตว์ทดลองของ รศ.ดร.สุรางค์ ลีละวัฒน์ ที่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการต่างประเทศ Cancer Investigation 2009 เรื่อง The Dual Effects of ∆9-Tetrahydrocannabinol on Cholangiocarcinoma Cells: Anti-Invasion Activity at Low Concentration and Apoptosis Induction at High Concentration ซึ่งผลการวิจัยสรุปว่าสาร ∆9-THC มีฤทธิ์ลดการเจริญเติบโตและลดการลุกลามของเซลล์มะเร็งทางเดินน้ำดีในหลอดทดลอง
•  โครงการที่ 3 การพัฒนาตำรับสเปรย์ฉีดพ่นในช่องปากจากสารสกัดกัญชา โดย ภญ.วรวรรณ สายงาม
NEXT ARTICLE Next Post
PREVIOUS ARTICLE Previous Post
NEXT ARTICLE Next Post
PREVIOUS ARTICLE Previous Post
 

Delivered by FeedBurner