28 เมษายน 2562

การสกัดกัญชงและกัญชามาใช้ในทางการแพทย์


กัญชง (Hemp) จัดเป็นพืชที่อยู่ในวงศ์เดียวกับ กัญชา (Marijuana) คือ Cannabis sativa โดยกัญชงและกัญชามีปริมาณสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท (Psychoactive Content) ที่แตกต่างกัน กัญชงมีสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประมาณ 0.3% ในขณะที่กัญชามีสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประมาณ 10% ปัจจุบันกัญชงถูกนำมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆมากมาย ได้แก่ อุตสาหกรรมกระดาษ พลาสติก สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง อาหารสัตว์ เชื้อเพลิง อาหารเสริม  ยา อาหาร ฯลฯ โดยพบว่าน้ำมันเมล็ดกัญชงมีปริมาณ THC น้อย แต่มีปริมาณโอเมก้า-3 และโปรตีนสูง จึงมีคุณค่าทางโภชนาการที่ช่วยบำรุงหัวใจ กระตุ้นสมอง กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ลดความดันโลหิตและไขมันในเลือด ช่วยบำรุงผิวหนังและเส้นผม สามารถช่วยในการรักษาโรคข้ออักเสบ ปรับปรุงระบบย่อยอาหาร และช่วยรักษาโรคมะเร็ง
รูป marijuana-leaves-cannabis-green-3678222 จาก Pixabay.com

ในส่วนประกอบของกัญชงและกัญชามีสารเคมี 400-500 ชนิด โดยช่อดอกตัวเมียจะมียาง (Resin) ซึ่งประกอบด้วยสารสำคัญหลักคือ Phytocannabinoids ซึ่งจำเป็นต้องผ่านกระบวนการสกัดที่ใช้ความร้อน อุณหภูมิประมาณ 122-140 องศาเซลเซียส จึงจะได้ Cannabinoids ที่เป็นสารสำคัญหลักในการออกฤทธิ์ 2 ชนิด คือ Tetrahydrocannabinol (THC) และ Cannabidiol (CBD) ซึ่งสามารถจับกับ CB1 receptors ซึ่งอยู่ในสมองและระบบประสาทส่วนกลาง และ
สามารถจับกับ CB2 receptors ในระบบภูมิคุ้มกันได้ ทั้งนี้พบว่าวิธีการสกัดส่งผลให้ได้สารออกฤทธิ์ของสารสกัดที่แตกต่างกัน

ปัจจัยในการสร้างสารสำคัญในกัญชงและกัญชาอย่าง THC และ CBD นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่มีผลร่วมกัน ดังนั้น หากต้องการได้ปริมาณสารสำคัญที่คงที่ต้องควบคุมทุกปัจจัยที่มีผลให้ได้ ปัจจัยเหล่านั้น ได้แก่
1. Genetic
Cannabis มีหลากหลายสายพันธุ์ ในอิสราเอลพบมากถึง 91 สายพันธุ์ในอิสราเอล แต่ละสายพันธุ์ก็จะให้ปริมาณ THC และ CBD ที่แตกต่างกัน

2. วิธีการปลูกและสภาพแวดล้อม มีผลต่อชนิดและปริมาณสารออกฤทธิ์ในสารสกัด Cannabis ถึงแม้ว่าจะเป็นกัญชาชนิดเดียวกัน แต่แหล่งที่ปลูกแตกต่างกันก็จะทำให้ได้ปริมาณของ THC และ CBD แตกต่างกันด้วย โดยพบว่ารังสี UV-B จะกระตุ้นให้เกิดการสร้าง THC ในปริมาณที่สูงขึ้น

3. วิธีการสกัด ต้องผ่านกระบวนการใช้ความร้อน จึงจะได้สารสำคัญ THC และ CBD ออกมา โดยต้องไม่ใช้ความร้อนสูงเกิน 140 องศาเซลเซียส เพราะสาร THC จะสลายตัวได้ จากข้อมูลและงานวิจัยพบว่า อุณหภูมิที่เหมาะสมในกระบวนการสกัด ได้แก่ 122-140 องศาเซลเซียส

ผลข้างเคียงจากการใช้สารสกัดกัญชา
ในอิสราเอลมีการศึกษาการใช้สารสกัดกัญชาในผู้ป่วย แสดงให้เห็นถึงผลข้างเคียง ดังนี้ ปากแห้ง(60.6%), หิว (60%) , มีอารมณ์ครึกครื้น (44%), ง่วงนอน (23%), อ่อนเพลีย (28.6%), ตาแดง (32%), และตาพร่ามัว (13%)

ฤทธิ์ของสารสกัดกัญชาในการรักษามะเร็ง
การศึกษาในประเทศอิสราเอลเกี่ยวกับ Cannabis extract พบว่ามีสารกลุ่ม Cannabinoids, Terpenes และ Flavonoids ซึ่งสามารถตรวจวัดได้ด้วยเทคนิค GC-FID และ GC-MS ซึ่งเมื่อทำการศึกษาผลของ สารสกัด Cannabis extract ต่อเซลล์มะเร็งชนิดต่างๆ ได้แก่ Breast cancer, Colon cancer, Prostate cancer และ Normal cell แสดงให้เห็นว่าวิธีการสกัด และสารสกัดจาก Cannabis ต่างสายพันธุ์กันจะให้ส่วนผสมของสารออกฤทธิ์ที่ต่างกัน ซึ่งให้ผลในการฆ่าเซลล์มะเร็งต่างชนิดกัน โดยพบว่าสารสกัดกัญชายับยั้งการลุกลามของเซลล์มะเร็ง และส่งเสริมให้เซลล์มะเร็งตาย นอกจากนี้พบว่า สารสกัด Cannabis ช่วยฆ่าเซลล์มะเร็ง แต่ไม่ทำอันตรายต่อเซลล์ปกติ(Normal cell) นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้น stem cell และชะลอความชราของเซลล์สมอง

จากการศึกษาการใช้สารสกัด Cannabis ในผู้ป่วยมะเร็ง พบว่า ผู้ป่วยต้องได้รับ THC ในปริมาณสูง โดยต้องได้รับสารสกัด Cannabis (มีปริมาณ THC 70-80%) 1 g ต่อวัน นอกจากนี้มีการศึกษาการใช้สารสกัด Cannabis ในคนไข้มะเร็งสมอง 21 คน เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยแบ่งเป็นสองกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ได้รับ THC:CBD + ยา Temozolamide และ ยาหลอก + ยา Temozolamide โดยอัตราส่วนที่ใกล้เคียงกันของ CBD ต่อ THC ในสารสกัด Cannabis จะช่วยลดฤทธิ์ที่มีต่อระบบประสาท พบว่ากลุ่มที่ได้รับ THC:CBD + ยา Temozolamide มีอัตรารอดชีวิต 83% และกลุ่มที่ได้รับ ยาหลอก + ยาTemozolamide มีอัตรารอดชีวิต 53%

สถานการณ์การใช้สารสกัด Cannabis ในปัจจุบัน
ปัจจุบันมีการขึ้นทะเบียนสารสกัดจาก Cannabis เป็น orphan drug for Systemic Scleroderma (โรคหนังแข็ง) ใน US FDA และได้รับ Orphan drug status to treat Children’ Epilepsy (โรคลมชักในเด็ก) จาก Epidiolex ของ Europe เรียบร้อยแล้ว องค์การอนามัยโลก ได้รับรองแล้วว่าสารสกัดจาก Cannabis ไม่มีผลเสียต่อสุขภาพ และยังมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยมะเร็ง และโรคสมองเสื่อมอีกด้วย

NEXT ARTICLE Next Post
PREVIOUS ARTICLE Previous Post
NEXT ARTICLE Next Post
PREVIOUS ARTICLE Previous Post
 

Delivered by FeedBurner