27 เมษายน 2562

กฎหมายยาเสพติดที่เกี่ยวข้องกับกัญชา พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522

พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 

มาตรา 4 ระบุความหมายของ “ยาเสพติดให้โทษ” หมายความว่าสารเคมี พืชหรือวัตถุชนิดใดๆ ซึ่งเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะโดยรับประทาน ดม สูบ ฉีดหรือด้วยประการใดๆ แล้วทำให้เกิดผลต่อร่างกายและจิตใจในลักษณะสำคัญเช่น ต้องเพิ่มขนาดการเสพขึ้นเป็นลำดับ มีอาการถอนยาเมื่อขาดยา มีความต้องการเสพทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรงตลอดเวลา และสุขภาพโดยทั่วไปจะทรุดโทรมลง ทั้งนี้รวมถึงพืชหรือส่วนของพืชที่เป็นหรือให้ผลผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษ หรืออาจใช้ผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษและสารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดให้โทษด้วย ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ไม่หมายความถึงยาสามัญประจำบ้านบางตำรับตามกฎหมายว่าด้วยยาที่มียาเสพติดให้โทษผสมอยู่
รูป seedling-cannabis-marijuana-1062908 จาก Pixabay.com

มาตรา 7 ยาเสพติดให้โทษแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ซึ่งกัญชาจัดอยู่ในยาเสพติดประเภท 5 ซึ่งตามมาตรา 8 (2) รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงชื่อประเภทยาเสพติดให้โทษได้ ดังนั้นหากต้องการที่จะศึกษาวิจัยเกี่ยวกับกัญชาผู้วิจัยสามารถยื่นเรื่องขอเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงประเภทของกัญชาได้

มาตรา 26 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เว้นแต่รัฐมนตรีจะได้อนุญาตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการเป็นรายๆ ไป ดังนั้นหากโครงการวิจัยมีการศึกษาวิจัยและต้องได้รับการพิจาณาจริยธรรม จึงจำเป็นต้องผ่านการอนุญาตของรัฐมนตรีก่อนตามมาตรา 26

มาตรา 57 ห้ามมิให้ผู้ใดเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 หรือประเภท 5 ดังนั้นตามร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2560 ได้แก้ไขให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประกาศก าหนดยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ที่ให้เสพเพื่อการรักษาโรคตามค าสั่งของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยสาขาเวชกรรม หรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือการเสพเพื่อการศึกษาวิจัยกัญชาได้ระบุในประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง ระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 12) ประกาศเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2556 เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ซึ่งรวมทุกส่วนของพืชกัญชาและวัตถุหรือสารต่างๆ ที่มีอยู่ในพืชกัญชา ยกเว้นเปลือกแห้ง แกนลำต้นแห้ง เส้นใยแห้ง และผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากเปลือกแห้ง แกนลำต้นแห้ง เส้นใยแห้ง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีสารสำคัญ Tetrahydrocannabinol (THC) ปริมาณน้อย

ปัจจัยหนึ่งที่ประเทศไทยไม่สามารถใช้กัญชาได้อย่างอิสระเพราะกัญชาเป็นสารเสพติดตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ (single convention on narcotic drugs, 1961) และสารส าคัญ Tetrahydro- cannabinol (THC) เป็นวัตถุออกฤทธิ์ตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ (Convention on Psychotropic Substances) จึงจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การควบคุมไม่ให้มีการใช้ในทางที่ผิด

การนำกัญชามาใช้ในทางการแพทย์ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนช่วยกันระดมสมอง ศึกษาถึงประโยชน์ของกัญชาและความเสี่ยงจากการใช้อย่างรอบด้าน ทั้งนี้สถานะกัญชาในประเทศไทยยังจัดเป็นยาเสพติดประเภท 5 ตาม พรบ.ยาเสพติดให้โทษ ซึ่งจะต้องมีมาตรการควบคุมที่เหมาะสม การมีกัญชาไว้ครอบครองเพื่อการอื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์เพื่อการวิจัยและการใช้ทางการแพทย์แล้วถือว่ามีความผิดตามกฏหมายทั้งสิ้น ประชาชนทั่วไปยังไม่ได้รับอนุญาตให้ปลูกกัญชาได้เอง ทั้งนี้ยาที่ผลิตจากส่วนประกอบของกัญชาต้องเป็นยาที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฏหมาย มีข้อมูลอ้างอิงสรรพคุณที่ไม่เกินจริง ทั้งนี้ขอให้ระวังการขายสารสกัดกัญชาในอินเตอร์เน็ทที่ไม่สามารถอ้างอิงแหล่งที่มาหรือสรรพคุณทางยาใดๆได้เลยเนื่องจากการใช้น้ำมันกัญชาคุณภาพต่ำหรือน้ำมันกัญชาปลอมอย่างผิดวิธีย่อมส่งผลเสียต่อผู้ป่วยให้อาการที่เป็นอยู่ยิ่งแย่ลง

NEXT ARTICLE Next Post
PREVIOUS ARTICLE Previous Post
NEXT ARTICLE Next Post
PREVIOUS ARTICLE Previous Post
 

Delivered by FeedBurner