25 เมษายน 2562

การพัฒนารูปแบบการใช้ผลิตภัณฑ์ยาจากกัญชาในประเทศไทย


ปัจจุบันหลายประเทศเริ่มมีการอนุญาตให้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากกัญชาสามารถจำหน่ายและใช้เพื่อการรักษาทางการแพทย์ได้หลายชนิด ได้แก่ 
1) Nabiximols (Sativex) เป็นสารสกัดจากกัญชาที่มีส่วนผสมของ THC:CBD ในอัตราส่วน 1:1 ใช้เพื่อรักษาอาการปวดในผู้ป่วยมะเร็งระยะรุกรานและผู้ป่วย Multiple sclerosis ให้การรับรองโดยประเทศแคนาดา ซึ่งขณะนี้หลายประเทศในยุโรปและนิวซีแลนด์ได้ยินยอมให้ใช้ผลิตภัณฑ์นี้ในผู้ป่วยที่มี spasticity ของ multiple sclerosis, muscle stiffness และอาการปวดที่ใช้วิธีเดิมรักษาไม่ได้ด้วย
รูป marijuana-leaf-hashish-nature-3364697 จาก Pixabay.com

2) ผลิตภัณฑ์ที่เป็นสารสังเคราะห์ THC ได้แก่ Dronabinol รับรองโดยสหรัฐอเมริกา และ Nabilone รับรองโดยสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ที่อยู่ระหว่างทดสอบผลทางคลินิกในภาวะที่มีความเจ็บปวดและ cachexia 

3) Epidiolex เป็นสารสกัดจาก cannabis ที่มี CBD เป็นส่วนประกอบเป็นยาในเด็กที่มีอาการชัก 

4) Cannador เป็นแคปซูลที่สกัดจากกัญชามี THC:CBD ในอัตราส่วน 2:1 อยู่ระหว่างการทดสอบผลลดความเจ็บปวดและ cachexia เป็นต้น

การให้กัญชาทางปากมีค่าชีวประสิทธิผลต่ำและค่อนข้างแปรปรวนคือประมาณ 6-20% ค่า peak plasma concentration ของ THC คือหลังจาก 1-6 ชั่วโมง และมี half-life อยู่ที่ 20-30 ชั่วโมง การให้ THC ทางปากจะถูกเปลี่ยนเป็น 11-OH -THC ที่ตับ จึงได้มีการพัฒนารูปแบบการใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ในรูปแบบอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกทำลายที่ตับและเพิ่มชีวประสิทธิผล ซึ่งทำได้ด้วยการใช้ระบบนำส่งยาทางอื่นๆ เช่นการให้ยาผ่านผิวหนังและให้ในรูปแบบยาเหน็บแทน เนื่องจากการให้ทางการสูดดมจะเข้ากระแสเลือดอย่างรวดเร็วให้ค่าสูงสุดในเลือดในเวลา 2-10 นาที แต่ค่าจะลดลงอย่างรวดเร็วในเวลา 30 นาที ดังนั้นการพัฒนารูปแบบยาจากสารสกัดกัญชาเพื่อใช้ในผู้ป่วยมะเร็งจึงเป็นเป้าหมายที่สามารถพัฒนาให้มีการใช้ประโยชน์ของกัญชาเพื่อการรักษาที่ทั้งเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วยและลดค่าใช้จ่ายในการรักษาได้ด้วย 

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้มีการลงนามความร่วมมือกับโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีร่วมกันพัฒนาโครงการวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบยาจากสารสกัดกัญชาที่มีการนำส่งยาแบบเฉพาะใน 2 รูปแบบคือแผ่นแปะผ่านผิวหนัง (transdermal patch) และยาเหน็บทวารหนัก (rectal suppository) ขณะนี้ทางคณะเภสัชศาสตร์ ได้พัฒนายาเบสทั้ง 2 รูปแบบได้แล้ว โดยแผ่นแปะที่ให้ยาผ่านผิวหนังนี้มีผลิตภัณฑ์ต้นแบบชนิด drug in adhesive or matrix type พร้อมที่จะเติมสารสกัดกัญชาลงไป สำหรับยาเหน็บผ่านช่องทวารหนัก ได้ทดสอบเลือกชนิดของโพลิเมอร์ที่ใช้เป็นเบสชนิด thermosensitive poloxamer ซึ่งเป็นโพลิเมอร์ที่มีความสามารถจะเกิดเป็นเจลที่อุณหภูมิของร่างกายมีคุณสมบัติเกาะติดเยื่อเมือกและองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาได้ให้การรับรองว่าปลอดภัย ขณะนี้ได้ทำการทดสอบเลือกเบสและส่วนประกอบอื่นๆ ไปแล้ว สำหรับการดำเนินการร่วมกับโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีนั้นทางคณะเภสัชศาสตร์จะเตรียมผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ศึกษาความคงตัว เภสัชจลนศาสตร์ และความปลอดภัยในระดับสัตว์ทดลอง จากนั้นจะเตรียมผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ทดสอบในผู้ป่วยมะเร็งโดยคณะแพทย์และทีมวิจัยที่โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี 

ปัญหาและอุปสรรคที่ผ่านมาคือมีความล่าช้าและไม่คล่องตัวในการเตรียมเอกสารเพื่อขออนุญาตใช้กัญชาและการขอซื้อสารมาตรฐาน THC และ CBC หากได้มีการแก้กฏระเบียบที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนให้มีการนำกัญชามาใช้ทางการวิจัยและการแพทย์ได้โดยเร็วจะทำให้เกิดประโยชน์กับผู้ป่วยมะเร็งต่อไป
NEXT ARTICLE Next Post
PREVIOUS ARTICLE Previous Post
NEXT ARTICLE Next Post
PREVIOUS ARTICLE Previous Post
 

Delivered by FeedBurner