19 เมษายน 2562

กรณีศึกษา การออกกฎหมายอนุญาตให้ครอบครอง จำหน่าย และปลูกกัญชาในอุรุกวัย


อุรุกวัย นับเป็นหนึ่งในประเทศที่รัฐบาลได้มีการออกกฎหมายอนุญาตและส่งเสริมให้มีการครอบครอง จำหน่าย และปลูกกัญชาได้อย่างเสรี ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ (Law 19172) ได้ถูกประกาศบังคับใช้ปลายปีค.ศ. 2013 ในยุคของประธานาธิบดี José Mujica ซึ่งสรุปเนื้อหาที่สำคัญของกฎหมายฉบับนี้ได้แก่การเปิดโอกาสให้ชาวอุรุกวัยสามารถครอบครองกัญชาได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผ่าน 3 ช่องทาง คือ



1. การปลูก เกษตรกรรายย่อยสามารถปลูกกัญชาใช้เองในครัวเรือนได้โดยจะต้องลงทะเบียนกับหน่วยงานดูแลกลางของรัฐที่ชื่อว่า Instituto de Regulacion y Control del Cannabis (IRCCA) โดยผู้ปลูกกัญชาแต่ละรายจะได้รับอนุญาตให้ปลูกกัญชาในพื้นที่บ้านของตนเองได้สูงสุดไม่เกิน 6 ต้น และผลผลิตกัญชาที่ได้ทั้งปีรวมกันต้องไม่เกิน 480 กรัม ทั้งนี้ผู้ปลูกกัญชาในครัวเรือนนี้สามารถลงทะเบียนเพื่อขออนุญาตปลูกกัญชาได้ในสถานที่แห่งเดียวเท่านั้น


2. การรวมกลุ่ม อุรุกวัยอนุญาตให้มีการจัดตั้ง Cannabis Club (CC) ลักษณะคล้ายกลุ่มสหกรณ์เพื่อเป็นแหล่งผลิตและจัดหากัญชาให้กับสมาชิกในกลุ่มสำหรับคนที่มีพื้นที่ปลูกกัญชาและคนที่ไม่สามารถปลูกกัญชาได้เอง โดยต้องมีการลงทะเบียนข้อมูลสมาชิกกลุ่มเป็นหลักฐาน แต่ละกลุ่มมีสมาชิกได้ระหว่าง 15 ถึง 45 คน ซึ่งสมาชิกในกลุ่มจะได้รับอนุญาตให้ปลูกกัญชารวมกันได้ไม่เกิน 99 ต้น และสามารถแบ่งปันกัญชาให้กับสมาชิกในกลุ่มตัวเองได้เท่านั้นและต้องไม่จำหน่ายกัญชาให้แก่สมาชิกคนใดคนหนึ่งเกินกว่า 480 กรัมต่อคนต่อปี


(3) ร้านขายยา เรื่องนี้เคยเป็นประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงกันอย่างมากเมื่ออุรุกวัยประกาศอนุญาตให้มีการขายกัญชาในร้านขายยา การขายกัญชาโดยตรงต่อผู้บริโภคที่ร้านขายยานี้ ผู้ซื้อจะต้องลงทะเบียนกับทางการก่อนและต้องไม่ซื้อกัญชาเกินกว่า 480 กรัมต่อคนต่อปี โดยร้านขายยาที่จะเปิดขายกัญชาได้นั้นต้องผ่านการลงทะเบียนกับ IRCCA และกระทรวงสาธารณสุขของอุรุกวัย สำหรับกัญชาที่นำมาจำหน่ายในร้านขายยาต้องได้รับการปลูกจากบริษัทเอกชนที่ได้รับอนุญาตจาก IRCCA เท่านั้น

อย่างไรก็ตามอุรุกวัยเองก็ประสบปัญหากับแรงกดดันทางการเมืองจากทั้งในประเทศและนอกประเทศด้วยนโยบายเปิดให้ครอบครอง จำหน่าย และปลูกกัญชาอย่างเสรีนี้ เพราะข้อกฎหมายดังกล่าวขัดแย้งกับข้อตกลงระหว่างประเทศ และในทางปฏิบัติเองก็มีปัญหาอยู่หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการควบคุมจำนวนเกษตรกรผู้ปลูกกัญชารายย่อยหรือการรวมกลุ่มผู้ปลูกและผู้ใช้กัญชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่องทางการขายกัญชาที่ร้านขายยาซึ่งขัดกับหลักจริยธรรม 

แม้ว่าจะมีกฎหมายส่งเสริมให้เอกชนปลูกกัญชาได้ตั้งแต่ปีค.ศ.2013 แต่ในปี ค.ศ. 2015 สองปีหลังออกกฎหมาย บริษัทเอกชนที่ได้รับอนุญาตในการปลูกกัญชาอย่างถูกต้องตามกฏหมายก็ยังไม่เริ่มกระบวนการปลูกตามข้อตกลงกับรัฐเลย

รายงานของ Boidi และคณะระบุว่ามีประชากรอุรุกวัยเพียงร้อยละ 34 เท่านั้นที่เห็นด้วยกับกฎหมายกัญชาเสรีนี้ ซึ่งผู้เห็นด้วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่สนับสนุนพรรคการเมืองฝ่ายซ้ายซึ่งเป็นฐานเสียงของประธานาธิบดี José Mujica และมีเพียงร้อยละ 31 ของผู้ที่มีประวัติเสพกัญชาที่แสดงความประสงค์ที่จะลงทะเบียนกับรัฐ ขณะที่ผู้ที่มีประวัติเสพกัญชามากถึงร้อยละ 20 ระบุว่าจะไม่ไปลงทะเบียนอย่างแน่นอน ทำให้การควบคุมผู้เสพกัญชาทำได้ยาก ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะได้นำบทเรียนจากประเทศดังกล่าวมาทบทวน ศึกษา และหาวิธีการปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป

NEXT ARTICLE Next Post
PREVIOUS ARTICLE Previous Post
NEXT ARTICLE Next Post
PREVIOUS ARTICLE Previous Post
 

Delivered by FeedBurner