23 เมษายน 2562

กัญชง พืชเศรษฐกิจที่ควรได้รับการส่งเสริมควบคู่ไปกับกัญชา

เป็นที่ทราบกันดีว่ากัญชาสายพันธุ์ Cannabis sativa L. ssp. Indica มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศไทยและมีชื่อเสียงไปทั่วโลกเนื่องจากเป็นกัญชาสายพันธุ์ดีที่พบสารประกอบในกลุ่ม cannabinoids ซึ่งออกฤทธิ์ยับยั้ง กระตุ้น หรือปรับสภาวะสมดุลของระบบประสาท ฮอร์โมน ภูมิคุ้มกันและระบบอื่นของร่างกาย ดังที่ได้เคยกล่าวในบทความก่อนหน้านี้ ปัจจุบันประเทศไทยเองมีความพร้อมในการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับการนำกัญชามาใช้ในทางการแพทย์ ทั้งนักวิจัยที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเภสัชศาสตร์ การแพทย์ การเกษตรและสาขาต่างๆที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้องบังคับทางกฏหมายที่มีการแก้ไขให้สามารถนำกัญชามาวิจัยและใช้ในทางการแพทย์ได้ในปัจจุบัน

รูป cannabis-seeds-hemp-raw-bio-3894009 จาก Pixabay.com

ส่วน กัญชง หรือ เฮมพ์ (Hemp) เป็นพืชสายพันธุ์ใกล้เคียงกับกัญชา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L. ssp. Sativa จากการศึกษาสาร cannabinoids ในกัญชง พบว่ามีปริมาณของสาร THC (Tetrahydrocannabinol) ค่อนข้างต่ำไม่เกิน 1% และมีสาร CBD (Cannabidiol) ในปริมาณที่สูง สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) (สวพส.) จึงได้ดำเนินงานด้านการวิจัยและพัฒนากัญชงตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ได้พระราชทานในโอกาสที่ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรชาวเขาในพื้นที่ภาคเหนือ ทรงมีพระราชประสงค์ให้มีการศึกษา ส่งเสริม และสนับสนุนให้ราษฎรชาวเขาปลูกกัญชงเพื่อให้ได้เส้นใยสำหรับใช้สอยในครัวเรือนและจำหน่ายเป็นอาชีพเสริม จึงเกิดแผนปฏิบัติการพัฒนาการกัญชงบนพื้นที่สูง 5 จังหวัด โดยมีเป้าหมายมุ่งพัฒนากัญชงเชิงเศรษฐกิจเพื่อสนับสนุนการสร้างมูลค่า สร้างงาน สร้างรายได้ให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงสามารถปลูกกัญชงได้อย่างถูกต้องภายใต้ระบบการควบคุมที่เหมาะสม เนื่องจากที่ผ่านมาชาวบ้านส่วนใหญ่ปลูกกัญชงใช้ในครัวเรือนแล้วถูกตำรวจจับดำเนินคดีเนื่องจากพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ยังคงถือว่ากัญชงอยู่ในบัญชีสารเสพติดประเภทที่ 5 จึงเป็นที่มาของการพัฒนา กัญชงไปสู่พืชเศรษฐกิจของประเทศไทย

เส้นใยของกัญชงมีประโยชน์ในด้านต่างๆมากมาย ได้แก่ การผลิตกระดาษ ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ พลาสติก ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เชื้อเพลิง ส่วนเมล็ดกัญชงและสารสกัดกัญชงซึ่งถูกควบคุมภายใต้กฎหมายยาเสพติดประเภท 5 นั้นพบว่ามีรายงานวิจัยและมีการใช้ประโยชน์น้ำมันที่สกัดจากเมล็ดกัญชงในต่างประเทศเช่นเดียวกับงานวิจัยการนำกัญชามาใช้ในทางการแพทย์ แต่กัญชงมีข้อดีกว่ากัญชาที่น้ำมันเมล็ดกัญชงมีปริมาณ THC น้อยทำให้เมื่อเสพเข้าไปแล้วเกิดอาการมึนเมาน้อยกว่ากัญชา แต่กัญชงมีปริมาณโอเมก้า-3 และโปรตีนสูง จึงมีคุณค่าทางโภชนาการที่ช่วยบำรุงหัวใจ กระตุ้นสมอง กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ลดความดันโลหิตและไขมันในเลือด ช่วยบำรุงผิวหนังและเส้นผม สามารถช่วยในการรักษาโรคข้ออักเสบปรับปรุงระบบย่อยอาหาร และช่วยรักษาโรคมะเร็ง สามารถนำมาใช้ประโยชน์เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร น้ำมัน essential oil ยา อาหารและเครื่องสำอาง

ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่ควรสนับสนุนการวิจัยกัญชงควบคู่กับกัญชาเพื่อศึกษาถึงประโยชน์ของสารประกอบ cannabinoids และการนำส่วนเส้นใยของกัญชงเพื่อไปใช้ในทางอุตสาหกรรมสิ่งทอต่อไป
NEXT ARTICLE Next Post
PREVIOUS ARTICLE Previous Post
NEXT ARTICLE Next Post
PREVIOUS ARTICLE Previous Post
 

Delivered by FeedBurner